Website Banner
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้ 33
จำนวนผู้เข้าชมเดือนนี้ 5069
จำนวนผู้เข้าชมเดือนที่แล้ว 7202
รวมผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด 227137
การแพทย์และยาแผนจีน


การแพทย์แผนโบราณของจีนใช้หลักการหยินหยางและธาตุทั้งห้าเป็นทฤษฎีพื้นฐาน 
และใช้วิธีตรวจวินิจฉัยโรค 4 วิธี คือ "วั่ง" (การมอง) "เหวิน" (การฟังและสูดดม) "เวิ่น" (การถาม) และ "เชี่ย" (การจับแมะหรือการจับชีพจร)

เมื่อวินิจฉัยโรคแล้วจึงดำเนินการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม การแพทย์แผนโบราณของจีนมีทฤษฎีเฉพาะศาสตร์ที่เป็นระบบ 
โดยมีความเชื่อพื้นฐานว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติซึ่งประกอบขึ้นจากธาตุหยินและหยาง 
ธาตุทั้งสองมีคุณสมบัติตรงข้ามกันแต่ต่างอยู่บนพื้นฐานของกันและกัน 

ดังนั้นหากสภาพความสมดุลของหยินและหยางถูกทำลาย ก็ย่อมทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้น 
นอกจากนี้ยังเชื่อว่าหลักการดำรงชีวิตและการเกิดโรคภัยต่างๆ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ 
(เช่นสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาล สภาพของพื้นที่ต่างๆ การผลัดเปลี่ยนของเวลากลางวันและกลางคืน เป็นต้น) 


ดังนั้นระดับการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติของมนุษย์ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่แตกต่างย่อมไม่เท่ากัน 
ทำให้สภาพร่างกายและภาวะการเกิดโรคต่างกันไปด้วย 

ด้วยเหตุนี้การวินิจฉัยโรคของการแพทย์แผนจีนจึงให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านเวลา 
สิ่งแวดล้อมและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลมาก โดยจะไม่วินิจฉัยอย่างตายตัวจากอาการของโรคเพียงอย่างเดียว 

หลักการแพทย์แผนจีนถือว่าอวัยวะทุกส่วนในร่างกายรวมเป็นองค์เดียว 
ดังนั้นการวินิจฉัยและรักษาโรคจึงไม่ได้พิจารณาจากความผิดปกติของอวัยวะเฉพาะส่วนหรืออาการป่วยเพียงด้านเดียว 
แต่จะพิจารณาจากปัจจัยรอบด้านและให้ความสำคัญกับแนวคิดองค์รวมของร่างกายเป็นสำคัญ 
จากนั้นจึงเลือกใช้วิธีการรักษาหรือวิธีการป้องกันโรคที่เหมาะสม 

 วิธีการรักษาของการแพทย์แผนจีนมีหลากหลายวิธี โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ 
การรักษาภายในด้วยการรับประทานยาและการรักษาภายนอกด้วยยาทา 
 นอกจากนี้ยังมีวิธีการรักษาด้วยการรับประทานยาหรืออาหารบำรุงประเภทต่างๆ อีกด้วย


บริษัท รอยัลสไปซ์ จำกัด จัดจำหน่ายวัตถุดิบสมุนไพรไทย-จีน ยาจีน และ เครื่องเทศนานาชนิด ทั้งปลีก-ส่ง 




แพทย์แผนจีน

การแมะ อยู่คู่กับการแพทย์แผนจีนมายาวนาน ในยุคสมัยที่มนุษย์ยังไม่มี เครื่องมือที่ทันสมัย มนุษย์จึงต้องเรียนรู้ ที่จะสังเกตสังกาธรรมชาติ ว่าในยามที่ร่างกายผิดปกติ จะมีอาการใดสำแดงออกมาให้เห็นหรือสัมผัสได้บ้าง การสูบฉีดโลหิต คือรหัสลับสำคัญ ชาวจีนจึงสั่งสมความรู้มาอย่างยาวนานนับพันปี กลายเป็นศาสตร์การวินิจฉัยโรค ที่น่ามหัศจรรย์นี้

การแมะ คือการตรวจจับชีพจร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนการวินิจฉัยโรคของแพทย์แผนจีน โดยการใช้นิ้วทั้ง 3 นิ้วของแพทย์ แตะสัมผัสชีพจรของผู้ป่วยบริเวณข้อมือซ้ายและขวาข้างละ 3 ตำแหน่ง รวมทั้งสองข้าง หกตำแหน่ง เพื่อให้ทราบถึงสภาวะของร่างกายที่ตอบสนองต่อโรคภัยไข้เจ็บในขณะนั้น

การแพทย์แผนจีนเรียกขั้นตอน การวินิจฉัยโรคพื้นฐานว่า “เปี้ยนเจิง” มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน การแมะ หรือการตรวจจับชีพจรนั้น ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการวินิจฉัยโรค ซึ่งกว่าจะถึงขั้นตอนของการแมะ ยังมีอีก 3 ขั้นตอนที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือ


ขั้นตอนที่ 1 คือการมองสำรวจ ตรวจดูสีหน้า แววชีวิต ลักษณะอาการ ดูว่าสีหน้าซีด คล้ำ หรือมีประกายสดใส เลือดฝาดสมบูรณ์ หรือไม่ บริเวณอวัยวะต่างๆ สีผิวเป็นอย่างไร เช่น ถ้าบริเวณส่วนหูดำคล้ำส่วนใหญ่มักเป็นโรคไต ถ้ารูปร่างผอมผิวแห้งคล้ำมักเป็นโรคปอด หรือถ้าบริเวณเยื่อตาเหลืองหรือแดงมักเป็นโรคเกี่ยวกับตับ เป็นต้น อีกประการหนึ่งคือ การวิเคราะห์ลิ้นซึ่งสำคัญมากต้องดูทั้งตัวลิ้น สีสัน คราบเมือกบนลิ้น ซึ่งจะบอกถึงสภาวะภายใน ของร่างกายได้เป็นอย่างดี


ขั้นตอนที่ 2
 การฟังและการสัมผัสกลิ่น ถ้าเสียงพูดของคนไข้เบา ช้า และเหนื่อย แสดงถึงพลังชี่หรือพลังลมปราณที่อ่อนแอ การพูดเสียงดังฟังชัด การโต้ตอบชัดเจนรวดเร็ว แสดงถึงพลังชี่ที่สมบูรณ์แข็งแรง นอกจากนี้เสียงไอ เสียงกรน เสียงเรอ เสียงดังในท้อง กลิ่นตัว กลิ่นลมหายใจ กลิ่นปาก เหล่านี้ล้วนเป็นอาการที่ใช้ในการวินิจฉัยโรคได้ทั้งสิ้น



ขั้นตอนที่ 3
 การถาม นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก การถามที่ละเอียดและแยกแยะตรงประเด็น จะทำให้ทราบข้อมูล การเจ็บป่วยถึง 60-70 % ช่วยให้การวิเคราะห์โรคได้ผลมากยิ่งขึ้น เช่น ถามอาการเจ็บป่วย เหงื่อ การขับถ่าย อาการปวดหัว เสมหะเหนียวข้นหรือใส หายใจหอบเหนื่อยหรือไม่ ลักษณะการมีรอบเดือน ประวัติการเจ็บป่วย ของคนในบ้าน เป็นต้น



และขั้นตอนสุดท้าย
 คือ การแมะ โดยแพทย์จะใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางของแพทย์ วางลงบนตำแหน่งชีพจร ของคนไข้บริเวณข้อมือ
ฝั่งหัวแม่โป้ง สำหรับข้อมือซ้ายของคนไข้ ตำแหน่งที่นิ้วชี้ของแพทย์สัมผัสข้อมือคนไข้เรียกว่า “ฉุ่ง” เป็นตำแหน่งที่ใช้ตรวจลักษณะอาการของหัวใจและลำไส้เล็ก ตำแหน่งนิ้วกลางของแพทย์เรียกว่า “กวง” ใช้ตรวจลักษณะอาการของตับและดี และตำแหน่งสุดท้ายเป็นตำแหน่งที่นิ้วนาง ของแพทย์สัมผัสกับข้อมือ ของคนไข้ เรียกว่าตำแหน่ง “เฉียะ” ใช้ตรวจลักษณะอาการของไตและกระเพาะปัสสาวะ


บริษัท รอยัลสไปซ์ จำกัด  เป็นหนึ่งในเครือ " กุยลิ้มฮึ้ง เภสัช " ซึ่งเป็นสถานพยาบาลที่ให้คำปรึกษา และตรวจรักษา วินิจฉัยโรคทุกชนิด ด้วยศาสตร์และศิลป์การรักษาจากประเทศจีนโดยแพทย์ผู้ชำนาญการอันดับหนึ่งกว่า 50 ปี อาทิ โรคไต การมีบุตรยาก งูสวัด  กรดไหลย้อย ความดัน เบาหวาน ปวดเมื่อย โรคเลือด ฯลฯ

ปัจจุบันศาสตร์การแพทย์แผนจีนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย  ทางด้านการรักษาซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจและมีผลข้างเคียงน้อย เนื่องจากขั้นตอนการรักษารวมถึงยาสมุนไพรล้วนมาจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีเจือปน ด้วยเหตุนี้ ศาสตร์การแพทย์แผนจีนจึงสามารถรักษา โรคเรื้อรังได้ผลดี อีกทั้งมีประสิทธิภาพในการบำรุงกำลัง ช่วยให้เลือดลมหมุนเวียน สุขภาพร่างกายแข็งแรง  ทั้งนี้รูปแบบและระยะเวลา ที่ใช้ในการรักษาจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล








Current Pageid = 6